รวมสูตรอาหาร เลี้ยงเป็ด ทำเองง่ายๆ ใช้ลดต้นทุน

0
9957
Loading...

1. สูตรอาหารบำรุงเป็ดออกไข่มาก

วัสดุ/อุปกรณ์

1.ท่อนกล้วยสับละเอียด 50 กิโลกรัม
2.กากน้ำตาล ½ กิโลกรัม
3.เกลือ 2-3 ขีด นำมาหมักผสมกันไว้ 2 คืน สามารถนำมาเป็นอาหารได้

วิธีการทำ

ให้นำสูตรอาหารบำรุงเป็ดออกไข่มาก 1 กก. ผสมหัวอาหาร 5 กิโลกรัม รำ 5 กิโลกรัม และน้ำหมักผลไม้สุก 3 ช้อนแกง นำทั้งหมดผสมหมักไว้ 1 คืน แล้วนำไปให้เป็ดกินตามปริมาณที่ให้อาหารเป็ดในแต่ละวัน จะช่วยบำรุงเป็ดให้ออกไข่มาก และลดต้นทุนด้วย

2. สูตรหมักแกลบเลี้ยงเป็ดไก่

วัสดุ/อุปกรณ์

1.แกลบสด
2.น้ำสะอาด
3.น้ำหมักจุลินทรีย์ชีหรือน้ำหมักEMที่มีขายทั่วไป

วิธีการทำ

นำแกลบเทใสถังใส่น้ำให้พอท่วม ใส่น้ำหมักประมาณ 5ช้อนโต้ะ จากนั้นคนให้เข้ากัน หมักทิ้งไว้ประมาณ12ชม. หรือหมักเช้าให้เป็ดไก่กินตอนเย็น หรือหมักไว้ตอนเย็นให้กินตอนเช้าใฃ้ให้หมดวันต่อวัน โดยการให้ ผสมรำและปลายข้าว โดยแกลบหมักเอาทั้งน้ำ 10ส่วน รำ3ส่วน ปลายข้าวเล็กน้อย ข้าวเปลือกและเศษอาหารตามที่มี ให้เป็ดไก่กินตามปกติ ก็จะทำให้มีสุขภาพดีแข็งแรงไม่เป็นโรค

3. สูตรอาหารเป็ดด้วยหยวกกล้วย

วัสดุ/อุปกรณ์

1.ท่อนกล้วยสับละเอียด 100กก.
2.กากน้ำตาล3 กก.หรือน้ำตาลทรายแดง
3.เกลือ1กก.

วิธีการทำ

นำมาหมักผสมกันหมักไว้ 5 -7คืน สามารถนำมาเป็นอาหารได้ ต้นกล้วยหมัก ผสมรำ 10% ปลายข้าว 5%น้ำหมัก 3-5ช้อนโต้ะผสมกันแล้วนำไปเลี้ยงเป้ดไก่ จะทำให้มีสุขภาพแข็งแรงไม่เป็นโรค และมูลเป็ดไก่ไม่มีกลิ่นเหม็น

และยังนำสูตรอาหารนี้ไปบำรุงเป็ดให้ออกไข่มากได้ด้วยการผสมต้นกล้วยหมัก 1 กก. หัวอาหาร 5 กิโลกรัม รำ 5 กิโลกรัม และน้ำหมักผลไม้สุก 3 ช้อนแกงหรือน้ำหมัก EMที่มีขายตามร้านเกษตรทั่วไปก็ได้ค่ะ… นำทั้งหมดผสมหมักไว้ 1 คืน แล้วนำไปให้เป็ดกินตามปริมาณที่ให้อาหารเป็ดไก่ในแต่ละวัน จะช่วยบำรุงเป็ดไก่ให้ออกไข่มากและไข่แดงสีสวยฟองโตค่ะ และลดต้นทุนด้วย

4. สูตรบำรุงเป็ดไก่ให้ไข่ดกฟองโต

วัสดุ/อุปกรณ์

1.เศษปลา + เศษอาหารเหลือใช้ 2 ส่วน
2.กากมะพร้าว 1 ส่วน
3.อาหารหมูรุ่น 1 ส่วน

วิธีการทำ

เริ่มจากนำส่วนผสมทั้งหมดมาผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วใส่น้ำลงไปพอท่วม จากนั้นนำไปต้มให้สุก โดยไม่ต้องให้เหลวมากจนเกินไป เมื่อกวนส่วนผสมเข้ากันดีแล้ว ให้ทิ้งเอาไว้ให้เย็นก็สามารถนำไปให้เป็ดกินได้

***หมายเหตุ การเลี้ยงเป็ดเทศที่ใช้สูตรอาหารดังกล่าวจะใช้เวลาการเลี้ยงประมาณ 2 เดือนครึ่งถึง 3 เดือนก็สามารถจำหน่ายได้แล้ว อีกทั้งยังลดต้นทุนในการเลี้ยงด้วย

รวบรวมเนื้อหาโดย เพจแนวทางเกษตรเกร็ดความรู้

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here