กำจัดศัตรูพืช ด้วยสารเคมี อาจตายเฉียบพลัน

0
288
Loading...

ประเทศไทย เป็นหนึ่งในประเทศที่มีการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชสูงมากที่สุดประเทศหนึ่ง ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีสารพิษต่างๆที่จดทะเบียนไว้กับกรมวิชาการเกษตรในรูปของชื่อสามัญมากกว่า 150 ชนิด โดยแต่ละชนิดมีชื่อการค้าเป็นจำนวนมากรวมกันแล้วหลายพันชื่อ มากที่สุดในเอเชีย

สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ที่เกษตรกรนิยมใช้นั้น ได้แก่ สารเคมีกำจัดวัชพืช สารเคมีกำจัดแมลง สารเคมีกำจัดหอย ปู สารเคมีกำจัดเชื้อราและโรคพืช สารเคมีเร่งการเติบโตและฮอร์โมนต่างๆ

องค์การอนามัยโลกได้จัดกลุ่มของสารเคมีเกษตรตามลำดับความรุนแรงของพิษภัยที่เกิดขึ้น ดังนี้

1. กลุ่ม 1 เอ เป็นสารเคมี ที่กินเพียงน้อยกว่า 1 ช้อนชาเสียชีวิต

2. กลุ่ม 1 บี เป็นสารเคมี ที่กินเพียง 1 ช้อนชาเสียชีวิต

3. กลุ่ม 2 เป็นสารเคมี ที่กินปริมาณ 1 ช้อนชาถึง 2 ช้อนโต๊ะเสียชีวิต

4. กลุ่ม 3 เป็นสารเคมี ที่กินปริมาณ 2 ช้อนโต๊ะถึง 1แก้วเสียชีวิต

5. กลุ่ม 4 เป็นสารเคมี ที่กินปริมาณ 2 แก้วถึง 1 ขวดเสียชีวิต

สารเคมีกำจัดศัตรูพืชเข้าสู่ทางร่างกายได้อย่างไร

1. การเข้าสู่ร่างกายทางผิวหนัง

2. การเข้าสู่ร่างกายทางการหายใจ

3. การเข้าสู่ร่างกายโดยการกลืนกิน

พิษจากการได้รับสารเคมี มี 2 แบบ ดังนี้

1. พิษเฉียบพลัน

เกิดขึ้นเมื่อได้รับพิษของสารเคมีกำจัดศัตรูพืชทันทีทันใด ตัวอย่างเช่น ปวดศีรษะ มึนงง คลื่นไส้ อาเจียน เจ็บหน้าอก ปวดกล้ามเนื้อ เหงื่อออกมาก ท้องร่วง เป็นตะคริว หายใจติดขัด มองเห็นไม่ชัดเจน อาจทำให้เสียชีวิตได้

2. พิษเรื้อรัง

เกิดขึ้นเมื่อได้รับพิษของสารเคมีกำจัดศัตรูพืชแล้วแสดงผลช้า ใช้เวลานาน ภายหลังจากการได้รับสารเคมีกำจัดศัตรูพืช กว่าจะแสดงอาการ เช่น การเป็นหมัน การเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ การเป็นอัมพฤต อัมพาต และมะเร็ง

มีการออกกฎหมาย

ให้ผู้ผลิตสารเคมีแสดงสีของฉลากข้างภาชนะบรรจุตามระดับของการเป็นอันตราย เช่น ฉลากสีแดง หมายถึงอันตรายมาก สีเหลือง หมายถึงอันตรายรองลงมา สีเขียวหมายถึงอันตรายน้อยเป็นต้น ความเป็นจริงก็คือสารเคมีเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มไหนก็เป็นสารอันตรายทั้งสิ้น

การใช้ที่ปลอดภัย

เรียบเรียงเนื้อหาโดย เพจแนวทางเกษตรเกร็ดความรู้

เพื่อไม่พลาดองค์ความรู้ดีดี ข้อมูลที่มีประโยชน์และข่าวสารต่างๆจากเรา กดติดตามดแฟนเพจที่ด้านล่างไว้เลย

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here