9 สมุนไพร ชะลอกระดูกข้อเสื่อม บำรุงกระดูก

0
6912

วันนี้ทางเพจเป็นห่วงเรื่องสุภาพ เลยอยากนำเสนอให้รู้จักกับ โรคกระดูก (Bone disease) คือ ภาวะผิดปกติต่างๆที่ส่งผลให้การทำงานของกระดูกผิด ปกติไป ส่งผลให้กระดูก เปราะ บาง อ่อนแอ ไม่แข็งแรง ผิดรูป และ/หรือหักในที่สุด

กระดูก (Bone) จัดเป็นเนื้อเยื่อในกลุ่มเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่แข็งแรงที่สุดในร่างกาย มีทั้ง หมด 206 ชิ้น กระจายอยู่ในทุกส่วน ตั้งแต่ศีรษะ/กะโหลกจนถึงนิ้วเท้า โดยมีหน้าที่

  • ให้การเจริญเติบโตของร่างกาย (ความสูง)
  • ช่วยการเคลื่อนไหวร่างกาย โดยเป็นที่ยึดเกาะของกล้ามเนื้อ ของเอ็นกระดูก ของเอ็นกล้าม เนื้อ และเป็นส่วนประกอบของข้อ
  • คงรูปร่างๆของร่างกาย
  • ปกป้องอวัยวะภายในต่างๆ เช่น สมอง ปอด และหัวใจ
  • เป็นแหล่งเก็บสะสมเกลือแร่สำคัญ เช่น แคลเซียม และฟอสฟอรัส (Phosphorus)
  • ช่วยรักษาสมดุลของเกลือแร่ และภาวะความเป็นกรด-ด่างในร่างกายผ่านทางเกลือแร่ต่างๆที่สะสมอยู่ในกระดูก โดยเฉพาะแคลเซียมและฟอสฟอรัส
  • ช่วยกำจัดสารพิษออกจากเลือด เช่น โลหะหนักต่างๆ (เช่น ตะกั่ว) โดยนำมาสะสมอยู่ในกระ ดูกแทน
  • และนอกจากนี้ ในโพรงส่วนกลางของกระดูกทุกชิ้น มีเนื้อเยื่อ เรียกว่า ไขกระดูก (Bone mar row) ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อสร้างเม็ดเลือดต่างๆ

โรคกระดูก เป็นโรคพบได้บ่อยในทั้ง 2 เพศ พบได้ในทุกอายุ ตั้งแต่เด็กแรกเกิดไปจนถึงผู้สูงอายุ โดยในประเทศที่เจริญแล้วที่ซึ่งประชากรมีผู้สูงอายุมาก โรคกระดูกพรุนที่พบมากในผู้ สูงอายุ เป็นโรคหนึ่งที่เป็นปัญหาสาธารณสุขและเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดกระดูกหักในผู้ สูงอายุ

รวมสมุนไพร สรรพคุณช่วยบำรุงกระดูก พืชมีแคลเซียมจากธรรมชาติ ช่วยบำรุงกระดูก  ข้อเสื่อม ปวดข้อ รักษาโรคกระดูก การรักษาโรคกระดูก

1. กระเจี๊ยบเขียว

        กระเจี๊ยบเขียว เป็นสมุนไพร สรรพคุณ ขับสารพิษในร่างกาย บำรุงกระดูกและฟัน บำรุงสมอง ยาระบาย รักษาโรคกระเพาะ ลำไส้อักเสบ ลดความดันโลหิต ถ่ายพยาธิ แก้ท้องผูก บำรุงตับ

กระเจี๊ยบเขียวนิยมนำมาทำอาหาร โดยใช้ลวกเป็นผักเคียงกับน้ำพริก นอกจากนี้ยังนิยานำมาทำอาหารหลายชนิด เช่น แกงส้ม แกงใส่ปลาย่าง กระเจี๊ยบเขียวหากกินกับ น้ำพริกกะปิ ปลาทู จะให้รสชาติที่ดีมาก กระเจี๊ยบเขียวเส้นมีใยอาหารตามธรรมชาติ ช่วยในเรื่องระบบขับถ่าย มีแคลเซียมช่วยในการบำรุงกระดูกและฟัน และยังมี วิตามินต่างๆสูง และนอกจากนั้นยังมีโฟเลตสูง ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง บำรุงสมอง และจำเป็นต่อทารกในครรถ์

2. ชะอม

        ชะอม เป็นสมุนไพร ที่มีสรรพคุณ ช่วยแก้ท้องอืด แก้ท้องเฟ้อ ขับลม บำรุงกระดูกและฟัน บำรุงสายตา บำรุงโลหิต ยาระบาย ใช้ลดไข้ ชะอมจะเป็นพืชที่มีกลิ่นฉุน นิยมนำมาประกอบอาหาร
นักโภชนาการได้สำรวจคุณค่าทางอาหารของชะอม โดยพบว่า ยอดชะอม 100 กรัม สามารถให้พลังงานกับร่างกาย 57 กิโลแคลอรี่ มีเส้นใยอาหารอยู่ 5 กรัม แคลแซียม 58 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 80 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 4 มิลลิกรัม วิตามินเอ 0.05 มิลลิกรัม วิตามินบีหนึ่ง 0.05 มิลลิกรัม วิตามินบีสอง 0.25 มิลลิกรัม ในอาซิน 1 มิลลิกรัม วิตามินซี 58 มิลลิกรัม

3. พริกไทยอ่อน

           พริกไทย นิยมนำมาทำเป็นเครื่องปรุงอาหาร เพิ่มรสชาติ พริกไทยมีสรรพคุณ ช่วยขับปัสสาวะ ขับสารพิษในร่างกาย ช่วยควบคุมน้ำหนัก ท้องอืด ท้องเฟ้อ ขับลม บำรุงกระดูก บำรุงฟัน บำรุงสายตา ยาอายุวัฒนะ ต้านมะเร็ง มีสารต้านอนุมูลอิสระ ขับเสมหะ ใช้กำจัดเชื้อจุลินทรีย์ พริกไทยมีแคลเซียมสูง โดยเฉพาะพริกไทยอ่อน ช่วยในการบำรุงกระดูกบำรุงฟัน ป้องกันโรคกระดูกพรุนได้ พริกไทยมี ฟอสฟอรัสและวิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ ลดความเสี่ยงโรคมะเร็ง มีเบต้าแคโรทีน ช่วยในการมองเห็น

4. ผักกระเฉด

          ผักกระเฉด พืชผัก สมุนไพร สรรพคุณ บำรุงกระดูกและฟัน บำรุงสายตา ผักกระเฉด เป็นผักที่เจริญเติมโตในน้ำ มีรากแตกเป็นกระจุกตามข้อ ปล้องแก่มีนวมเหมือนฟองน้ำเรียกว่า “นมกระเฉด” หุ้มอยู่ตามปล้องกระเฉด มีคุณสมบัติทำให้ต้นลอย
นักโภชนาการพบว่าในผักกระเฉดมี มีวิตามินซีสูงมาก มีแคลเซียม และธาตุเหล็ก ช่วยบำรุงสายตา ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มร่างกายกันทำงานปรกติ ช่วยบำรุงระบบสืบพันธ์ บำรุงกระดูกและฟัน ป้องกันภาวะกระดูกพรุน ทำให้กล้ามเนื้อทำงานปรกติ บำรุงเลือด

5. มะละกอ

            มะละกอ ผลไม้ สมุนไพร สรรพคุณ ช่วยดูแลช่องปาก ดูแลเหงือกและฟัน ช่วยยาถ่ายพยาธิ ช่วยขับปัสสาวะ เป็นยาระบาย บำรุงสายตาและระบบประสาท ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน สารต้านอนุมูลอิสระ มะละกอเป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดที่ทวีปอเมริกา ชาวต่างชาตินำเข้ามา ซึ่งปัจจุบันมะละกอเป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศไทยเลย มะละกอดิบนิยมนำมาทำ ส้มตำ(papaya salad)

นักโภขนาการ พบว่าในมะละกอ 100 กรัม ให้พลังงาน 23 กิโลแคลอรี มีสารอาหารประกอบด้วย เหล็ก 0.5 มิลลิกรัม เส้นใยอาหาร 1.3 กรัม วิตามิน ซี 34 มิลลิกรัม วิตามิน บี 2 0.2 มิลลิกรัม วิตามิน บี 1 0.5 มิลลิกรัม แคลเซี่ยม 13 มิลลิกรัมฟอสฟอรัส 13 มิลลิกรัม

        ผลของมะละกอ ทั้งผลดิบและผลสุก นำมาต้มกิน สามารถช่วย ขับน้ำดี ช่วยย่อยไขมัน ขับน้ำเหลือง บำรุงน้ำนม ขับพยาธิ รักษาโรคริดสีดวงทวาร ผลมะละกอมี แคลเซี่ยม ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน มีวิตามินซี เป็นสารต้านอนุมูลอิสระชั้นดีและช่วยป้องกันเลือดอกตามไรฟัน มีวิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตาและระบบประสาท…

6. เพชรสังฆาต
สมุนไพรชนิดนี้ เป็นไม้เถาเลื้อย เปลือกเถาเรียบเป็นข้อต่อๆ กัน เถาของเพชรสังฆาตมีลักษณะเหมือนกระดูก เป็นพืชที่มีลักษณะคล้ายข้อต่อกระดูก หมอยาพื้นบ้านใช้สมุนไพรชนิดนี้ในการรักษากระดูกหัก จึงมีชื่อเรียกที่บ่งบอกสรรพคุณอยู่หลายชื่อ คือ ร้อยข้อ ขันข้อ ต่อกระดูก เป็นต้น

มีการศึกษาวิจัยฤทธิ์ของเพชรสังฆาตพบว่า มีฤทธิ์ในการบำรุงกระดูก แก้ปวด แก้อักเสบ และสารฟลาโวน้อยด์ที่ทำให้เส้นเลือดแข็งแรง จากการทดลองพบว่า สารสกัดของเพชรสังฆาตเพิ่มความหนาและความแข็งแรงของกระดูกในหนู กระตุ้นกระบวนการสร้างเซล และสร้างเนื้อกระดูก เพชรสังฆาตจึงเหมาะที่จะนำไปใช้ในการแพทย์ทางเลือกสำหรับป้องกัน และรักษาโรคกระดูกพรุนหรือคนที่เป็นโรคข้อเสื่อม มีผลในการเพิ่มมวลกระดูก มีประสิทธิภาพในการลดอาการบวม และแก้การอักเสบ

ข้อควรระวัง คือ สมุนไพรเพรชสังฆาต มีสารแคลเซียมออกซาเลทสูง ไม่ควรสัมผัสหรือรับประทานโดยตรง เพราะจะทำให้เกิดการระคายเคืองในลำคอได้ การรับประทานในรูปแคปซูลจะทำให้ฤทธิ์ระคายเคืองถูกทำลาย

7. หญ้าขัดมอน สมุนไพรตระกูลขัด มีสรรพคุณในการแก้ขัดต่างๆ เช่น อาการปวด ขัดตามข้อ ปัสสาวะขัด เป็นต้น หญ้าขัดถูกนำมาใช้เป็นทั้งยากิน ยาอาบ ยาพอก ฯลฯ ใช้ในการรักษาอาการปวดข้อ ปวดเมื่อย บำรุงเอ็น รวมถึงกล้ามเนื้อและกระดูก

วิธีการรักษาอาการปวดข้อ ทำได้โดยนำรากมาต้มดื่มแก้ปวดข้อ นอกจากนี้ขัดมอนยังเป็นยากระตุ้นกำลังชั้นดี ทำให้สดชื่น แก้อ่อนเพลีย ใครไม่รู้จักอาจนึกว่าขัดมอนเป็นแค่วัชพืช เพราะขัดมอนเป็นพืชที่พบอยู่ตามริมทางทั่วไป

8. งา 

งาพืชน้ำมันบำรุงชั้นยอด งาอุดมไปด้วยสารอาหารที่สำคัญอุดมไปด้วยแคลเซียมและฟอสฟอรัส รับประทานคู่กับถั่วธัญพืชต่างๆ จะยิ่งทำให้ได้รับสารอาหารที่จำเป็นต่อความแข็งแรงของกระดูก สรรพคุณของงา ในการเป็นยาบำรุงกระดูกเป็นความรู้ที่หมอยาทุกคน มีเป็นพื้นฐาน คนไทยใหญ่จะนิยมปลูกพืชหลักๆ 3 ชนิดคือ งา ข้าว เมี่ยง ซึ่งงาที่ปลูก คือ งาขาวและงาดำ น้ำมันจากงาดำจะเอามาใช้รักษากระดูกหัก แถมยังเป็นยาแก้ปวดบวมชั้นยอด ใช้ระงับอาการปวดบวมจากการเคล็ด ขัด ยอก ปวดตามเส้น หรือกล้ามเนื้ออ่อนล้า โดยจะใช้นำไปเคี่ยวกับสมุนไพรตัวอื่นๆ ด้วยก็ได้ เพราะน้ำมันงาจะทำหน้าที่ในการดึงตัวยาออกมา ช่วยเสริมประสิทธิภาพของตัวยาซึ่งกันและกัน

9. ยอ

สมุนไพรใกล้ตัว ถูกนำมาใช้ทำอาหาร หรือทำเป็นยาพอกแก้ปวด แก้เคล็ดขัดยอก ผลยอสุกนำมาใช้รับประทานได้ ลูกยอบดใช้ทาผิวหนังฆ่าเชื้อโรค นปัจจุบันมีการนำยอมาใช้รักษาโรคต่างๆ เช่น โรคเก๊าต์ โรคความดันโลหิตสูง อาการปวดกล้ามเนื้อและข้อต่อ โรคปวดในข้อ เป็นต้น

การรักษาด้วยการใช้สมุนไพรไทยจากธรรมชาติ ก็เป็นอีกทางหนึ่งที่อาจช่วยบรรเทาอาการได้ไม่มากก็น้อย แต่สำหรับคนที่ยังไม่เป็นโรค การทำความรู้จักสมุนไพรไว้ ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่สามารถนำไปใช้ในการดูแลตัวเองได้

ขอขอบคุณข้อมูล http://haamor.com
เรียบเรียงโดย นายเกษตร เกร็ดความรู้ ภาพ Internet

Facebook Comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here