แชร์เก็บไว้ วิธีปลูกผักตำลึง แบบละเอียด

0
2870
Loading...

ตำลึง เป็นผักพื้นบ้าน ที่มีคุณค่าทางโภชนาการมาก สามารถนำไปปรุงอาหารได้หลากหลายชนิด เช่น แกงจืด ต้มจิ้มน้ำพริก ใส่ก๋วยเตี๋ยวและต้มเลือดหมู เป็นต้น

ตำลึง มีเส้นใยอาหารที่สามารถช่วยลดอัตราเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง ในกระเพาะอาหาร อีกด้วย สำหรับตำรายาแผนโบราณ ตำลึงถือเป็นยาเย็น ใบช่วยขับพิษร้อน ถอนพิษไข้ แก้อาการแพ้ อักเสบ แมลงมีพิษกัดต่อย แก้แสบคัน เจ็บตา ตาแดงและตาแฉะ แก้โรคผิวหนัง และลดน้ำตาลในเลือด

การปลูกและการขยายพันธุ์ ตำลึงมีการปลูกและขยายพันธุ์ได้ 2 วิธี คือ
1. เพาะเมล็ด
2. ปักชำด้วยเถา

1.การเพาะเมล็ด

1. นำผลตำลึงแก่ แกะเอาเมล็ดออกมาโรยบนดินที่เตรียมไว้

2. โรยดินกลบหรือ ใช้ใบไม้แห้งกลบบาง ๆ รดน้ำให้ชุ่มเช้าเย็น ตำลึงชอบดินชุ่มแต่อย่าให้แฉะ เพราะจะเกิดโรคโคนเน่าได้

3. เมื่อต้นงอกขึ้นมาสักประมาณ 5 ซม. เริ่มมีมือเกาะให้ทำค้างผัก

เนื่องจากตำลึงเป็นไม้เลื้อย จำเป็นต้องใช้ค้าง เพื่อให้ตำลึงไต่ขึ้นสู่ที่สูงเพื่อ รับแสงแดด เหมาะที่สุดคือ ความสูงระดับ 1 เมตรขึ้นไป แต่ไม่ควรสูงเกิน 3 เมตร เพราะจะไม่สะดวกในการเก็บยอดตำลึง


การทำค้างผักตำลึง

ใช้ไม้ไผ่ต้นเล็ก 3 ต้น ปัก เป็น 3 เส้า รอบปลายเชือกเข้าไว้ด้วยกัน ผูกด้วยเชือกกล้วยหรือเชือกปอ ใช้ วัสดุที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ตำลึงต้องได้รับแสงแดดตลอดทั้งวัน ลมโกรกผ่านได้ ตำลึงจะ สังเคราะห์แสงแดดคายไอน้ำได้เต็มที่ ควรปล่อยให้มดแดงขึ้น เพราะจะช่วยกิน เพลี้ยและแมลงที่จะมากัดกินตำลึง

2.ปักชำด้วยเถา

วิธีการปักชำ

1. ให้นำเถาที่แก่พอสมควรมาตัดให้ยาว 15 – 20 ซม.
2. ปักชำในหลุม ปลูกที่ได้เตรียมไว้แล้ว

(ลักษณะขั้นตอนการปลูกเหมือนกับหัวข้อการเพาะ เมล็ด ) พอเจริญเติบโตเต็มที่ประมาณ 1 เดือน ก็สามารถเก็บยอดมาปรุงอาหาร ได้

เทคนิคอีกอย่าง เพื่อให้ตำลึงแตกยอดใหม่ ตลอดปี ต้องหมั่น เก็บมาบริโภคอยู่เสมอ ในขณะเดียวกันให้ใส่ปุ๋ยคอก ช่วยเพิ่มเติมอาหารในดิน ประมาณเดือนละครั้ง ต้องหมั่นรดน้ำสม่ำเสมอในหน้าแล้งและหน้าหนาว ส่วนหน้าฝนจะเว้นได้บ้างแต่ต้องช่วยรดน้ำในขณะที่ฝนทิ้งช่วง

วิธีการปลูกแบบง่ายๆ

1.ขุดร่อง ลึก 15 ซม. กว้าง 30 ซม. ความยาว 10 เมตร

2.รองพื้นด้วยปุ๋ยคอก แล้วรดน้ำให้ชุ่ม

3.นำเถาตำลึงแก่ มาตัดท่อนละ 50 ซม.ฝังหัว-ท้าย ให้ส่วนกลางโผล่ขึ้นจากดิน

4.ใช้ไม้ไผ่มาทำค้าง ให้มีความสูง 120 ซม. วางแนวเดียวกับร่องเพื่อให้ตำลึงแตกขึ้นค้างพอดี

5.สูบน้ำให้ท่วมร่อง ทุก 4 วัน หรือตามสภาพดิน ไม่ให้ดินแห้ง

เรียบเรียงเนื้อหาโดย เพจแนวทางเกษตรเกร็ดความรู้

เพื่อไม่พลาดองค์ความรู้ดีดี ข้อมูลที่มีประโยชน์และข่าวสารต่างๆจากเรา กดติดตามดแฟนเพจที่ด้านล่างไว้เลย

ขอบคุณข้อมูลดีดีจาก กรมส่งเสริมการเกษตร, บ้านพอเพียง

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here